บทความกลั่นจากใจ

posted on 09 Sep 2010 10:40 by 12ailada

 ใครถูก.......ใครผิด

        ประเทศไทยในอดีตเป็นประเทศแห่งความสุขร่มเย็นผู้คนมีจิตเมตตา  มีมรรยาทที่งดงามพูดคุยกันอย่างสนิทสนม  ไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติ  ทุกคนต่างเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกันบ้านใกล้เรือนเคียงคอยเอื้อเฟื้อช่วยเหลือกันดังคำกล่าวที่ว่า  น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า  แต่ปัจจุบันภาพต่าง ๆ  เหล่านี้ได้เลือนหายไปแล้วจากสังคมไทยสังคมไทยในปัจจุบันเป็นสังคมแห่งการแข่งขัน  ตื่นเช้ามาต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันทำหน้าที่ของตน  ตกค่ำด้วยความเหนื่อยล้าจากการทำงาน  จึงทำให้ต้องการการพักผ่อนจนไม่มีเวลาพบปะพูดคุยสังสรรค์กันกับเพื่อนบ้าน  แม้กระทั่งบ้านใกล้เรือนเคียงกันก็แทบจะไม่รู้จักกันเสียด้วยซ้ำ ปัญหาสังคมไทยในปัจจุบัน  คือการแตกสามัคคีของคนในชาติ  เนื่องจาก  ความคิดต่าง  ทางการเมืองซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ทุกคนต้องร่วมกันแก้ไขอย่างเร่งด่วน  การอยู่ร่วมกันของคนในกลุ่มคนหมู่มากเป็นเรื่องปกติที่เราทุกคนจะมี  ความคิดต่างแต่ไม่ได้หมายความว่าความต่างจะทำให้เกิดความแตกแยกดังเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้  ในทางกลับกันหากเรารู้จักนำความคิดต่าง ๆ  มาร่วมกันสร้างสรรค์  สิ่งดีจะทำให้ชีวิตเกิดจุดเปลี่ยนได้อย่างสร้างสรรค์ความสงบและสันติจะบังเกิดขึ้นกับประเทศชาติได้อย่างแน่นอนจุดเริ่มต้นแห่งความดุเดือดทางการเมืองได้เริ่มขึ้น  ในช่วงปี  ๒๕๕๐  ถึงครึ่งแรกของปี  ๒๕๕๑  อยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาล  พลเอกสุรยุทธ  จุลานนท์  ที่มาจากการแต่งตั้งของคณะนายทหารที่ทำรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลพันตำรวจโททักษิณ  ชินวัตร  ในเดือนกันยายน  ๒๕๔๙  มาเป็นรัฐบาลนายสมัคร  สุนทรเวชรัฐบาลผสม    พรรคในต้นปี  ๒๕๕๑  ช่วงปี  ๒๕๕๐  รัฐบาลพลเอกสุรยุทธ  ทำหน้าที่แบบรัฐบาลรักษาการ  สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ  จัดการเลือกตั้งใหม่  และเปิดทางให้คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ  (คตส.)  สอบสวน  และเสนอเรื่องฟ้องร้องนักการเมืองกลุ่มทักษิณ  ชินวัตรปี  ๒๕๕๑  พรรคพลังประชาชน  ซึ่งเป็นตัวแทนพรรคไทยรักไทยพยายามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญปี  ๒๕๕๐  เพื่อลดอำนาจตุลาการและองค์กรอิสระไม่ให้ดำเนินการเอาผิดกับนักการเมืองที่ทุจริต กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้จัดการชุมนุมคัดค้าน  การแก้ไขรัฐธรรมนูญและการที่รัฐบาลปล่อยให้มีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ  การรีบลงนามในสนธิสัญญาไทยกัมพูชายอมรับให้กัมพูชาเสนอให้ประสาทพระวิหาร  เป็นมรดกโลกแต่ฝ่ายเดียว  การดำเนินโครงการขนาดใหญ่ต่าง ๆ  ที่ส่งการทุจริตและการปกป้องพันตำรวจโททักษิณ  ชินวัตร  ความขัดแย้งทางการเมืองแบบแบ่งเป็นสองขั้วดำเนินไปอย่างตึงเครียดและยืดเยื้อ จนกระทั่งวันที่  ๑๙  พฤษภาคม  พ.ศ.  ๒๕๕๓  เป็นวันที่ประเทศไทยบอบซ้ำมากที่สุด  เนื่องจากเกิดเหตุการณ์การจลาจล  ขึ้นกลางเมืองหลวงของประเทศไทยจากการชุมนุมประท้วยของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ  หรือที่รู้จักกันในนามกลุ่มเสื้อแดงเป็นการชุมนุมประท้วงทางการเมือง  เพื่อให้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์  โดยมีนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรียุบสภา  ทำให้เกิดการปะทะกัน  ระหว่างกลุ่มเสื้อแดงและทหารเนื่องจากมีการสลายการชุมนุมเพื่อขอคืนพื้นที่ ซึ่งทำให้ผู้คนหลายร้อยชีวิตต้องจบชีวิตลง  กลางเมืองหลวงอย่างน่าเศร้าสลดใจด้วยการ  ฆ่ากันเองของของคนในชาติ  พื้นถนนเจิ่งนองไปด้วยเลือดของคนในแผ่นดินเดียวกัน  ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยควันไฟ  ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องตกอยู่ท่ามกลางสมรภูมิรบ  ต่างวิ่งหนีตายกันอย่างวุ่นวายศูนย์กลางธุรกิจและการค้าหลายแห่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร  ถูกเผาทำลายให้วอดวายด้วยน้ำมือของคนไทยด้วยกันเอง  รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น  แต่จะทำอย่างไรได้มันเกิดขึ้นจากการกระทำของตัวเราเอง หากเราคิดถึงเรื่องราว  ของบรรพบุรุษในอดีต  ที่ยอมเสียสละเลือดเนื้อเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกราชของชาติไทย  แต่ปัจจุบันคนไทยต้องเสียเลือดเนื้อ  เพื่อให้ได้มาเพียงความสะใจเท่านั้นหรือ          
  ภาพเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในครั้งนี้  รุนแรงกว่าครั้งที่ผ่าน ๆ  มา  จึงทำให้การฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว  และนักลงทุนต่างชาติ  ต้องใช้ระยะเวลายาวนานหลายเดือนขณะเดียวกันทิศทางระยะข้างหน้ายังมีความเสี่ยงทางปัจจัยทางการเมืองเป็นอย่างมากศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า  เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้  สร้างความสูญเสียต่อเศรษฐกิจไทยปี  ๕๓  คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า  ๑๓๘,๐๐๐  ล้านบาท  ในขณะที่ความไม่แน่นอนเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม  โดยอาจส่งผลเสียต่อกิจกรรม  ทางเศรษฐกิจตลอดช่วงเวลาที่เหลือของปี จากผลกระทบดังกล่าว  การดำเนินนโยบายของภาครัฐต้องให้ความสำคัญกับการเยียวยาช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจากผลกระทบ  ของเหตุการณ์ชุมนุมโดยเร็ว  ขณะที่ในระยะสั้นอาจยังจำเป็นต้องยึดหลักแนวนโยบาย  การเงินและการคลัง  แบบผ่อนคลายต่อไปอีกระยะหนึ่งเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจของประเทศให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น   หน่วยงานต่าง ๆ  ของภาครัฐ  ที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นอย่างยิ่ง  ที่จะต้องเร่งแผ่นฟื้นฟูภาพลักษณ์และประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง  เกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย  ตลอดจนการจัดกิจกรรมกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยว  และการใช้จ่ายในประเทศ  แต่มาตรการฟื้นฟูเยียวยาต่าง ๆ  จะไม่สามารถบรรลุผลได้หากบรรยากาศทางการเมืองยังคงอยู่ท่ามกลางการเผชิญหน้า           
ดังนั้น  เราอย่าไปเสียเวลาเลยกับการหาว่า 
ใครถูก  หรือ  ใครผิด  เราทุกคนที่เกิดมาอยู่ใต้ร่มบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ควรร่วมมือสมัครสมานสามัคคี  หลอมใจเป็นหนึ่งเดียวเพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบสุขและเรียบร้อยของบ้านเมือง          

  ประเทศไทยไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง  แต่เป็นของคนไทยทุกคน  บนผืนแผ่นดินไทย                        

edit @ 9 Sep 2010 14:14:53 by สัจธรรมชีวิต

Comment

Comment:

Tweet